☆ สุดท้ายแล้ว .. ☆
posted on 23 May 2008 14:42 by xzilchx in xzilchxอะไรสุดท้ายหรอ ?!?
ไม่ใช่เอนทรี่สุดท้าย
ไม่ใช่วันสุดท้ายของชีวิต
ไม่ใช่ปิดเทอมวันสุดท้าย
ที่สุดท้ายก็นี้ไงหล่ะ
เรียนภาษาจีนที่มหาลัยจีนวันสุดท้ายแล้ว ..
เรียนมากันสองเดือนครึ่งโดยประมาณ
นับจริงๆ ก็ 81 วัน
มันก็ถือว่ายาวมากสำหรับเด็ก ม.ปลาย อย่างพวกเรา
เป็นซัมเมอร์แรกที่ใช้แล้วเกิดประโยชน์ที่สุดเลย
เกิดประโยชน์ยังไง ?!?
หนึ่ง .. แน่นอนได้ภาษา ถึงคอร์สจริงๆ มันจะยาวถึงเดือนเจ็ดแต่เราก็ได้เท่าที่เรียนมา พื้นฐานแน่น
และสามารถต่อยอดโดยการเรียนต่อที่ไทยได้ ได้มาเรียนถึงที่นี้ได้ทั้งสำเนียงและได้ใช้ในชีวิตประจำวัน
สอง .. ได้ประสบการณ์ อันนี้ถือเป็นผลพลอยได้สินะ ได้ใช้ชีวิตต่างถิ่นต้องปรับตัวต่างๆ นานา
ก็มันไม่เหมือนที่บ้านเราอ่ะนะ ก็เข้าใจ
สาม .. ได้แลกเปลี่ยนวัฒนธรรม อืม ม ก็วัฒนธรรมจีน คนจีนใช้ชีวิตไม่เหมือนคนไทย นิสัยใจคอก็แตกต่าง
เราก็ต้องเอาส่วนที่ดีของเค้ามาพัฒนาตัวเอง นอกจากจะได้รู้วัฒนธรรมจีนแล้ว ยังได้รู้วัฒนธรรมชาติอื่นด้วย
เพราะที่เรียนก็มีคนมาจากหลายๆ ชาติ อย่าง ญี่ปุ่น เกาหลี สเปน ตุรกี ฯลฯ ก็แลกเปลี่ยนกันไปตามเรื่องราว
สี่ .. ได้เพื่อนใหม่ ชอบมาเลยหล่ะข้อนี้ แม้จะเป็นช่วงเวลาสั้นๆ แต่ก็ได้เพื่อนใหม่หลายๆ ชาติเยอะเหมือนกัน
แอบมีสาระเว้ยเอนทรี้นี้
วันสุดท้ายแล้วก็ต้องมีถ่ายรูปชิมิ ...
นักเรียนห้อง A6 มาไม่ครบด้วย วันนี้มาประมาณ 20 คนเองที่จริงมี 30 คนได้ แต่งี้แหละชอบโดดกันเป็นว่าเล่น
ต้องเซ็นเซอร์ไม่งั้นมีเรื่องกะเบื้องบนแน่
สองคนนี้สนิทสุดในห้องละ คุโรดะซัง กับ มาโดกะ นิสัยดีมากเลย
ถ้าไปญี่ปุ่นแล้วเค้าจะพาเที่ยวด้วย เย่
เบื้องหลังคนหล๊อหล่อ ชมนะเนี้ยชม 55555555555
ดีนะที่ไม่รู้บลอคกรูไม่งั้นกรูตายแน่
เบื้องหน้า .. หน้าโคตเหวออ่ะพี่ชาย .. อีกหนึ่งเดือนเจอกันที่ไทยเน้อ ..
เหล่าซือทั้งสองที่จริงมีสามคนแต่ว่าวันนี้ไม่มีเรียนด้วยเลยไม่ได้ถ่ายรูป เสียดาย
คนซ้ายสอน ฟังกับพูด ชื่อสีเหล่าซือ คนขวาสอน เขียน และเป็นเหล่าซือประจำห้องด้วย ชื่อจาเหล่าซือ
เหล่าซือทั้งสามคนใจดีมากๆ เลย แล้ววันนี้จาเหล่าซือป่วยแต่ก็ยังมาสอนเพราะบอกว่า ..
วันนี้เรากับแพทมาเรียนวันสุดท้ายแล้ว ยังไงก็ต้องมาให้ได้ .. ซึ้งง่ะ ขอบคุณมากๆ นะค่ะ
ยังไม่จบไม่ต้องแปลกใจ
จบเรื่องเกี่ยวกับที่มหาลัยแล้วแต่เรายังมีเรื่องที่อยากบ่น
อาจจะมีคำหยาบคายและรุนแรงไม่เหมาะสมบ้างโทษทีละกัน
ดังนั้นถ้าไม่อยากอ่านก็ข้ามไปปัจฉิมฯ ล่างสุดได้เลย
เรามาอยู่ที่นี้กับแพทและเราพักกับพนักงานของพ่อ
พนักงานคนจีนสองคนชายหนึ่งหญิงหนึ่ง เป็นแฟนกันนะเออ
คือผู้หญิงอ่ะเค้านิสัยดีมากๆ เลยแหละ
มาแรกๆ เรายังใหม่อยู่ไง เค้าก็ช่วยสอนภาษาจีนให้เพิ่มหลังเลิกเรียน
ไม่ใช่ว่าตอนหลังไม่สอนนะ แต่เราไม่อยากรบกวนแล้วเค้าทำงานมาเหนือย
แล้วก็เค้ามีอะไรก็แบ่งปัน อย่างของกิน ขนม ฯลฯ
จะออกไปไหนก็บอกไว้ หรือบางทีก็ชวนไปด้วยกัน
เอิ่ม เอาจริงๆ ถ้าคนไทยมองก็ถือเป็นเจ้าบ้านที่มีมารยาทก็ดี
คืออาจเป็นเรื่องปกติแต่แค่นี้สำหรับเราก็ถือว่าโอเคแล้วแหละ
แต่ผู้ชายอ่ะ แฟนมันนะสิ รู้ไหมนิสัยแบบ ... แย่
มาเริ่มต้นกันเลยดีกว่า ..
หน้าไหว้หลังหลอก ผักชีโรยหน้ามากมึงอ่ะ ตอนพ่อกูอยู่นะมึงทำดี สงบเสงี่ยมเจียมตัวเหลือเกิน
มีมารยาทเชียว มีอะไรก็มีน้ำใจกับกูกับแพท แล้วตอนทีพ่อกูไปนะ เหี้ยเอ้ยแล้งน้ำใจสาด
เห็นแก่กินอีกไอควาย วันๆ กูกับแพทต้องมานั่งทนกินผัดผักวิญญาณหมู มีแต่ผักๆๆๆๆ
กูก็รู้ว่าหมูมันแพงกูก็เข้าใจอ่ะนะว่าบ้านมึงไม่ได้สุขสบาย แต่ก็มีปัญญาส่งมึงเรียนโทจบได้อ่ะ
แล้วมึงมีเงินเดือนเท่าไหร่หมื่นสองหมื่น แล้วมึงเอาไปจ่ายอะไรบ้าง ค่าห้อง? ค่าน้ำ? ค่าไฟ?
รู้สึกของพวกนั้นพ่อกูจ่ายหมดทั้งๆ ที่มันไม่จำเป็น พ่อกูอยู่เดือนละอาทิตย์ มึงอยู่ทั้งปีทั้งชาติสาด
ว่าต่อด้วยเรื่องกับข้าว พอมีหมูมานิดนึงก็แย่งแดกปางตายเหลือเกิน แล้วกินข้าวมึงจะรีบกินไปไหน
กูกับแพทไม่แย่งมึงหรอก กินแบบมีมารยาทไม่เป็นเรอะ แล้วผลไม้อ่ะก็เหมือนกัน อยากแดกขนาดนั้น
ไม่ต้องทำมาเหมือนมีน้ำใจแบ่งกูกันก็ได้นะ แล้วมาดูๆ ตอนพ่อกูมา ทำสุกี้กัน ใครจ่ายค่ากับข้าว
โอ้ พ่อกูไง กระดูกหมูสองแพ็คร้อยกูไปซื้อกับมือ กูนั่งต้มให้เปลืองแก็สเล่นสองสามชั่วโมงเอง
แค่กูยกหมูมาวางกันไว้ที่โต๊ะ มึงหน้าบานเชียวนะไอเหี้ย ยังไม่ทันวางของครบก็ลุกมาบอกทานข้าวๆ
ถุย ทุเรศ แล้วใครตักสุกี้คนแรก ก็มึงอีกแหละใช่ไหม ใส่หมูไปสิบวิ มึงจ้วงเอาๆ ทุเรศมาก
กระดูกหมูที่ซื้อมามึงกินกองพะเนิน พ่อกูกูและแพทกินไม่ถึงครึ่งมึงกิน แล้วแพทได้กินไปชิ้นเดียว ทุเรศมาก
แล้วดูมึงกินสุกี้ จ้วงมึงจ้วงแต่หมู ธรรมดามึงชอบผักไม่ใช่เรอะ ทีกูอยู่ละมีแต่ผัดผักวิญญาณหมู
ถ้ามึงชอบมากทำไมมึงไม่ซื้อทำกินเอง แล้วกระดูกเหมือนกันทำไมตอนกูอยู่มึงไม่ต้มเปื่อยๆ บ้างละ
ผลไม้อีกพ่อกูมานะ มีทั้งท้อ ทั้งองุ่น กูนั่งกินองุ่นอยู่ซักพักลุกไปกลับมาหมดจาน แพทบอกตอนกูนั่งกินนะ
ไม่กล้ากินพอกูลุกไปจ้วงเอาๆ สาดเอ้ย มึงอ่ะเป็นคนที่เห็นแก่กินที่สุดเท่าทีกูเคยเจอเลยว่ะ
ว่าไปเรื่องอื่น เรื่องหม้อไหม้ มึงลงไปซื้อของกูกับแพทก็ลงบ้างมึงมีกุญแจกูมีกุญแจไม่น่าจะมีปัญหา
แล้วไงกูเดินซื้อของอย่างสบายใจมึงโทรตามให้กูรีบกลับเพราะมึงลืมเอากุญแจไปแล้วตั้งหม้อเอาไว
แล้วทำไมมึงไม่เอากุญแจไปมึงคิดหรอว่ากูต้องเป็นหมาเฝ้าห้อง?!?
พอลิฟท์เปิดมานะ มึงยืนทำหน้าบึ้งยืนมือมาแล้วพูดว่าไวๆ ชักสีหน้าอีกเหี้ยเอ้ย
พอมึงจัดการในครัวเสร็จมึงเอาหม้อมาให้แพทดูแล้วบอก ดูสิ ! กูอยากถามเหลือเกิน
แล้วไงแล้วไงอ่ะมึง ความผิดพวกกูป่ะละ มึงไม่ได้เอากุญแจไปเอง สาดว่ะ
เรื่องต่อมา เรื่องกริ่ง กูกับแพทวันธรรมดาเข้านอนไวเพราะไม่อยากไปเรียนสาย
สามสี่ทุ่มก็อาบน้ำเข้าห้องกับแล้ว แล้ววันนั้งมึงกินข้าวเสร็จแล้วออกไปข้างนอก
กลับมาสี่ห้าทุ่ม คือพวกกูเคลิ่มๆ จะหลับแล้วไง มึงกดกริ่งไปรอบนึงไม่มีคนเปิด
มึงก็น่าจะเปิดประตูเข้ามาเอง แล้วนี้มันอะไร มึงกดกริ่งรัวร์ๆๆๆๆๆๆ อย่างกับบ้านมึงไม่มีกริ่ง
กูต้องคอยมานั่งเปิดประตูให้มึงรึไง แล้วสรุปมึงเอากุญแจไปด้วยหรือไม่ไปได้มึงก็ทำตัวทุเรศมาก
ต่อมาเรื่องมารยาท กูเปิดเพลงฟังอยู่ไงกับคอมพ์ เสียงก็ไม่ได้ดังอะไรนักหนา
พอกูเข้าห้องหนึ่งนาทีแล้วเดินออกมามึงก็ปิดเสียงเพลงกูสะ แล้วมึงเปิดทีวี
คือถ้าเบาแล้วแบ่งกินฟังกูจะไม่ว่าไง แต่นี้มึงปิดทำพ่อมึงหรอ น้ำใจกับมารยาทรู้จักเปล่าว่ะ
สันดานเสียว่ะคนเรา
ปัจฉิมลิขิต.
ไม่มีอะไรแล้วหล่ะ เดี๋ยวพรุ่งนี้อาจมีอัพอีกที ..
ได้ระบายไปละค่อยพอโล่งใจ แต่มันไม่จบแค่นี้แน่ๆ
บล็อกสวยขอแอดไว้พร้อมทั้งแอบอิจฉานิด ๆ..
ชีวิตในต่างแดน น่าสนุกน้ะ...
ประสปการณ์ที่หาซื้อไม่ได้ด้วยเงิน
#1 By ดอก ช บ า on 2008-05-23 16:35